การรักษาทางกายภาพบำบัด PHYSICAL THERAPY

       การรักษาทางกายภาพบำบัดที่นฎาฉัตรคลินิก เราเน้นการรักษาเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดของกล้ามเนื้อ ข้อต่อในระยะเฉียบพลันและเรื้อรัง โดยไม่ทานยา อุปกรณ์ที่นักกายภาพบำบัดใช้ในการรักษาคนไข้หลักๆ ก็คือ "มือ" อาจจะใช้อุปกรณ์เช่น เครื่องอัลตร้าซาวน์ที่เป็นคลื่นเหนือเสียง ลงไปรักษาในจุดที่อยู่ลึกจัดการได้ยาก การใช้ความร้อนเพื่อให้คนไข้รู้สึกสบาย ผ่อนคลาย หรือการใช้เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าเป็นต้น ซึ่งทุกเทคนิคการรักษารวมไปถึงการใช้อุปกรณ์ทางกายภาพบำบัดนั้น ก็เพื่อบรรเทาอาการปวด แต่การลดความเจ็บปวดในกล้ามเนื้อหรือข้อต่อเพียงอย่างเดียวไม่สามารถรักษาโรคทางกระดูกและกล้ามเนื้อให้หายขาดได้ เราจึงต้องสอนการออกกำลังกายที่เหมาะสมให้กับผู้ที่เข้ามาทำการรักษาแต่ละคน เนื่องจากกายภาพบำบัด  "เป็นวิชาชีพที่กระทำต่อมนุษย์เกี่ยวกับการตรวจประเมิน การวินิจฉัย และการบำบัดความบกพร่องของร่างกาย ซึ่งเกิดเนื่องจากภาวะของโรคหรือการเคลื่อนไหวที่ไม่ปกติ การป้องกัน การแก้ไขและการฟื้นฟูการเสื่อมสภาพความพิการของร่างกาย รวมทั้งการส่งเสริมสุขภาพร่างกายและจิตใจ ด้วยวิธีการทางกายภาพบำบัด หรือการใช้อุปกรณ์ทางกายภาพบำบัด"

     เริ่มต้นจากการตรวจร่างกาย เมื่อพบกับนักกายภาพบำบัดครั้งแรก นอกจากการซักประวัติเพื่อหาสาเหตุ หรือกิจกรรมที่ทำให้ปวดแล้ว การสังเกตเป็นสิ่งสำคัญ

                                                                                     

การสังเกตโครงสร้างทั้งหมด จะทำให้เราสามารถหาสาเหตุและแก้ปัญหาได้ตรงจุด เนื่องจากบางท่านที่มีอาการปวดหลัง อาจมีสาเหตุหลักคือเท้าแบน, มีอาการปวดร้าวลงแขนและมือบ่อยๆ จากการที่กล้ามเนื้อคอด้านหน้ามีปัญหา หรือบางท่านปวดเมื่อยร่างกายทั้งตัวเพราะมีปัญหากระดูกสันหลังคด

                                                

    ต่อมาเราจะมาดูกล้ามเนื้อหรือข้อต่อที่มีปัญหา ว่ามีจุดกดเจ็บ (trigger point) มีการติดขัดของข้อต่อหรือไม่ อาจมีการ คลำ การกด การเคลื่อนไหวข้อต่อเพื่อเช็คมุมการเคลื่อนไหวว่าอยู่ในแนวองศาที่ปกติหรือไม่? การตรวจยืนยันโรค ด้วย special test เพื่อวินิจฉัยโรคที่เป็นอยู่ได้อย่างแม่นยำอีกที เมื่อวินิจฉัยได้แล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการวางแผนการรักษา และ อธิบายอาการของโรคที่คนไข้เป็นอยู่ให้ทราบ เนื่องจากการรักษาทางกายภาพบำบัดต้องอาศัยความต่อเนื่อง แน่นอนว่าการรักษาอาการปวดแบบเฉียบพลันนั้น (การทำกายภาพบำบัด 1-10 ครั้ง) เราสามารถรักษาให้หายได้ง่ายกว่าการรักษาอาการปวดแบบเรื้อรัง (การทำกายภาพบำบัด 10 ครั้งขึ้นไปขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ) และเริ่มการรักษากันเลย  เทคนิคการรักษาส่วนใหญ่ จะเน้นไปทาง MANUAL TECHNIQUE จากหลายๆทฤษฎี ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเกิดภาวะโครงสร้างไม่สมดุล เช่น MUSCLE IMBALANCE, POSTURAL DYSFUNCTION

                                                          

    เพราะเราเชื่อว่า กล้ามเนื้อในร่างกายนั้นถูกถักทอเป็นผืนเดียวกันเหมือนเสื้อผ้าที่เราสวมใส่ รอยตะเข็บเสื้อก็เหมือนรอยต่อของกล้ามเนื้อ ที่เชื่อมต่อๆ กัน การรักษาแบบองค์รวมจะส่งผลให้รักษามีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ระหว่างทำการรักษาด้วยมือ นักกายภาพอาจเพิ่มการรักษาด้วยเครื่องอัลตร้าซาวน์ เครื่องกระตุ้นไฟฟ้า หรือการฝังเข็มเพิ่มขึ้นอยู่กับลักษณะอาการและความรุนแรงของโรคที่เป็นอยู่

    สุดท้ายเมื่อการรักษาเสร็จแล้ว สิ่งสำคัญคือการสอนให้คนไข้สามารถดูแลตัวเอง คือ ป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ ให้น้อยหรือช้าที่สุดเพื่อให้ผลการรักษาในครั้งถัดไปดีขึ้น เช่น ครั้งแรกที่มารักษาอาการปวดคอ-บ่าคนไข้รู้สึกปวดอยู่ที่ 70% เมื่อรักษาเสร็จแล้วอาการปวดลดลง เหลือที่ 30% หากคนไข้ปฏิบัติตามคำแนะนำของนักกายภาพบำบัดโดยการออกกำลังกาย ยืดกล้ามเนื้อ การปรับเปลี่ยนโต๊ะที่นั่ง ในที่ทำงาน(Ergonomic station) ก็จะช่วยคงสภาพของอาการปวดไม่ให้เพิ่มขึ้น หรือในบางท่านที่อาการไม่รุนแรงอาการปวดก็สามารถลดลงได้ เมื่อกลับมารักษาครั้งที่สองเราจะได้ไม่ต้องไปเริ่มการรักษาอาการปวดที่ 70% แต่เริ่มรักษาอาการปวดที่ 30% จากนั้นค่อยๆ ลดลงจนคนไข้หายปวดหรือสามารถควบคุมไม่ให้อาการปวดซ้ำอีก ทั้งนี้ต้องอาศัยความร่วมมือทั้งนักกายภาพบำบัดและคนไข้                                                                     คลินิกของเราบริการรักษาในผู้ป่วยที่มีโรคทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ ผู้ป่วยทางระบบประสาท  เช่น

ปวดคอ (neck pain)

ปวดหลัง (Back pain)

ปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง (Myofascial pain syndrome)

ปวดเข่า (knee pain)

ปวดเท้าหรือข้อเท้า (foot or ankle)

อัมพฤกษ์-อัมพาต (hemiplegia)

การบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา (sport injury)

การบาดเจ็บเฉียบพลัน (Acute pain)

 

 

Visitors: 5,298